interest

5 เรื่องต้องรู้เกี่ยวกับ ดอกเบี้ยเงินกู้ ก่อนตัดสินใจกู้เงิน

การกู้เงินเป็นทางเลือกสำหรับใครหลายคนที่ต้องการเงินก้อนใหญ่ในช่วงเวลาอันจำกัด แต่เงินกู้ทุกประเภทล้วนมีต้นทุนแฝงอยู่ นั่นคือ “ดอกเบี้ยเงินกู้” ซึ่งเป็นค่าตอบแทนที่เราต้องจ่ายให้แก่ผู้ให้กู้ ไม่ว่าจะเป็นธนาคาร สถาบันการเงิน หรือบุคคลทั่วไป

หาก “ดอกเบี้ยเงินกู้” สูงเกินไป ก็อาจกลายเป็นหนี้เกินตัว จนไม่สามารถชำระคืนได้ วันนี้เราจะมาไขความลับของ “ดอกเบี้ยเงินกู้” ผ่าน 5 เรื่องที่ควรทำความเข้าใจก่อนตัดสินใจกู้เงิน เพื่อให้กู้อย่างมีสติ และบริหารหนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพครับ

1.ดอกเบี้ยเงินกู้คิดจากอะไรบ้าง

ก่อนอื่นมาทำความเข้าใจเรื่อง “ดอกเบี้ยเงินกู้” กันก่อนว่า เกิดจากอะไรบ้าง ปกติแล้ว อัตราดอกเบี้ยเงินกู้แต่ละประเภทจะแตกต่างกันไปตามปัจจัยดังนี้

  • ต้นทุนการกู้ยืมเงินของผู้ปล่อยกู้เอง เช่น อัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ธนาคารกลางกำหนด หรืออัตราดอกเบี้ยในตลาดการเงิน
  • ความเสี่ยงของการปล่อยกู้ ถ้าผู้กู้มีคุณสมบัติไม่น่าเชื่อถือ เครดิตไม่ดี หรือไม่มีหลักประกัน ดอกเบี้ยก็มักจะสูงตามไปด้วย
  • ระยะเวลาการกู้ โดยเงินกู้ระยะสั้นมักมีดอกเบี้ยต่ำกว่าระยะยาว เพราะมีความเสี่ยงน้อยกว่า
  • ประเภทของสินเชื่อ เช่น บัตรเครดิตมักคิดดอกเบี้ยสูงกว่าสินเชื่อรถและบ้าน เพราะให้วงเงินได้ง่ายกว่า แต่มีหลักประกันต่ำกว่า

2.คำนวณดอกเบี้ยง่ายๆ ด้วยหลัก 4 ช่อง

สำหรับคนที่อยากประเมินภาระดอกเบี้ยอย่างคร่าว ๆ สามารถคำนวณด้วยหลักง่าย ๆ ที่เรียกว่า “4 ช่อง” ได้ดังนี้

  • เงินต้น : คือจำนวนเงินที่กู้มาทั้งหมด หรือจำนวนเงินที่ยังเหลืออยู่ในวันที่เริ่มคำนวณ
  • อัตราดอกเบี้ย : คืออัตราดอกเบี้ยต่อปี มักแสดงในรูปร้อยละ เช่น 15% ต่อปี แปลว่ามีดอกเบี้ย 15 บาทต่อเงินกู้ทุกๆ 100 บาท
  • ระยะเวลา : คือช่วงเวลานับตั้งแต่วันเริ่มกู้จนถึงวันสิ้นสุดสัญญา มักคิดเป็นปี
  • ดอกเบี้ย : คือผลรวมของดอกเบี้ยทั้งหมดที่ต้องจ่ายตลอดระยะเวลากู้

เมื่อนำค่าจากทั้ง 4 ช่องมาคำนวณตามสูตร จะได้ว่า ดอกเบี้ย = เงินต้น x อัตราดอกเบี้ย x ระยะเวลา เช่น ถ้ากู้ 100,000 บาท ดอกเบี้ย 10% ต่อปี นาน 2 ปี ดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายทั้งหมดจะเท่ากับ 100,000 x 10% x 2 = 20,000 บาท

3.เปรียบเทียบจากค่างวด กี่ปีถึงจะหมดหนี้

เมื่อรู้ “ดอกเบี้ยเงินกู้” แล้ว หากอยากทราบว่าต้องผ่อนงวดละเท่าไหร่ และนานแค่ไหนจึงจะหมดหนี้ ก็ต้องนำยอดเงินกู้ ดอกเบี้ย และจำนวนงวด มาคำนวณหาค่างวด ซึ่งทำได้ง่าย ๆ ผ่านเครื่องคิดเลขไฟแนนซ์ หรือแอปที่มีฟังก์ชันหาค่างวด โดยยิ่งผ่อนนาน ค่างวดก็จะยิ่งต่ำลง แต่จะเสียดอกเบี้ยมากขึ้น ยกตัวอย่างเช่น ถ้ากู้ 100,000 บาท ดอกเบี้ย 12% ต่อปี (1% ต่อเดือน)

  • ถ้าผ่อน 12 งวด (1ปี) จะได้ค่างวดเดือนละ 8,885 บาท จ่ายดอกเบี้ยทั้งหมด 6,620 บาท
  • ถ้าผ่อน 24 งวด (2ปี) จะได้ค่างวดเดือนละ 4,710 บาท จ่ายดอกเบี้ยทั้งหมด 13,040 บาท
  • ถ้าผ่อน 36 งวด (3ปี) จะได้ค่างวดเดือนละ 3,347 บาท จ่ายดอกเบี้ยทั้งหมด 20,492 บาท

เห็นได้ว่า ยิ่งผ่อนสั้นจะยิ่งเสียดอกเบี้ยน้อยกว่ามาก ดังนั้นถ้าอยากประหยัด “ดอกเบี้ยเงินกู้” แนะนำว่าให้กู้แค่พอดีและผ่อนให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้

4.เช็คเครดิตบูโรให้ดี ก่อนยื่นกู้ทุกครั้ง

อย่างที่บอกไปว่าหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ใช้กำหนดดอกเบี้ยเงินกู้คือความน่าเชื่อถือของผู้กู้ ซึ่งสะท้อนผ่านคะแนนเครดิตบูโรหรือประวัติการกู้และการชำระหนี้ในอดีต หากมีประวัติดี ไม่เคยค้างชำระหนี้ คะแนนเครดิตสูง ก็มีโอกาสต่อรองขอดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าได้ แต่ในทางตรงข้าม หากเครดิตไม่ดี เคยชำระหนี้ล่าช้าหรือถูกฟ้องร้อง ก็อาจโดนปรับอัตราดอกเบี้ยสูงขึ้น หรืออาจถูกปฏิเสธการกู้เลยก็เป็นได้

ดังนั้นก่อนคิดจะกู้ทุกครั้ง ควรตรวจสอบเครดิตบูโรของตัวเองก่อนว่ามีคะแนนเท่าไหร่ และเช็คให้แน่ใจว่าข้อมูลถูกต้อง ไม่มีข้อผิดพลาด เพราะหากข้อมูลเครดิตคลาดเคลื่อน อาจทำให้ดอกเบี้ยเงินกู้ที่ได้สูงกว่าความเป็นจริง และเสียโอกาสในการกู้ด้วย ทุกคนสามารถตรวจสอบเครดิตบูโรได้ฟรีปีละ 1 ครั้ง ผ่านเว็บไซต์หรือสาขาของบริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ (เครดิตบูโร)

5.หลีกเลี่ยงการกู้นอกระบบโดยเด็ดขาด

บางคนที่มีคะแนนเครดิตต่ำ หรือมีความจำเป็นต้องใช้เงินอย่างเร่งด่วน อาจพิจารณากู้นอกระบบจากแหล่งเงินกู้ที่ผิดกฎหมาย เนื่องจากมีการอนุมัติวงเงินได้ง่ายและรวดเร็ว ไม่ต้องใช้เอกสารมาก แต่กลับมีความเสี่ยงอย่างมหาศาล เพราะดอกเบี้ยเงินกู้ของแหล่งเงินกู้เหล่านี้มักจะสูงลิบลิ่ว บางรายถึงขั้นคิดดอกเบี้ย 20-30% ต่อเดือน หรือราว 240-360% ต่อปี หากเทียบกับเงินกู้ในระบบที่มีดอกเบี้ยสูงสุดไม่เกิน 28% ต่อปี ตามที่กฎหมายกำหนด

นอกจากนี้ เจ้าหนี้นอกระบบมักใช้วิธีทวงถามหนี้ที่รุนแรง ไม่เป็นธรรม และผิดกฎหมาย เช่น คุกคาม ขู่ทำร้าย ยึดทรัพย์สิน ฯลฯ หากไม่สามารถชำระหนี้ได้ตามกำหนด หลายรายที่กู้มาแก้หนี้นอกระบบทีแรกไม่ได้ สุดท้ายกลับเป็นหนี้บานปลายจนแทบหมดตัว บางคนถึงขั้นเครียดจัดจนฆ่าตัวตายเพื่อให้พ้นทุกข์ ดังนั้นไม่ว่าจะมีความจำเป็นทางการเงินมากแค่ไหน ก็ขอให้หลีกเลี่ยงการกู้นอกระบบโดยเด็ดขาด เพื่อป้องกันไม่ให้ชีวิตดิ่งลงเหว เพราะดอกเบี้ยเงินกู้ที่สูงเกินความจริงนี่เอง

 

ติดตามข่าวสารข้อมูลการเงินเพิ่มเติม
แอดไลน์ 👉  https://lin.ee/KHQgfGs

บทความที่เกี่ยวข้อง

Think of Money ใช้คุกกี้เพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้น
อ่านนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Policy)