1.
ประกัน Co Pay คืออะไร การที่ผู้เอาประกันต้องมีส่วนในการจ่ายร่วมด้วยกับบริษัทประกัน เช่น ในการเข้ารักษาแต่ละครั้ง ถ้าปกติประกันเหมาจ่าย ผู้เอาประกันไม่ต้องจ่ายเลย แต่ถ้าแบบ Co-payment ผู้เอาประกันต้องมีส่วนร่วมจ่ายส่วนหนึ่ง และบริษัทประกันจ่ายอีกส่วนหนึ่ง
2.
โดยปกติแล้ว ประกันสุขภาพแบบ Co-payment เป็นรูปแบบที่มีอยู่แล้ว แต่เป็นแบบที่เบี้ยประกันถูก ในต่างประเทศก็มี เป็นทางเลือกของแบบประกันสำหรับคนที่ไม่ต้องการจ่ายเบี้ยประกันมาก และเลือกกการดูแลตัวเองให้ดีเป็นหลัก แต่ถ้าเกิดเหตุขึ้นมา ก็ยังมีประกันช่วยจ่ายให้ด้วย
3.
ตอนนี้ที่บอกว่าจะไม่มีเหมาจ่ายแล้ว จะเป็นแต่ Co-Payment ทั้งหมด ยังไม่มีข้อสรุป แต่เป็นผลมาจากการที่มีการเคลมอาการป่วยเล็กน้อย หรือ Simple Diseases เยอะ จึงมีการหารือเอา Co-Payment เข้ามาใช้กับโรคกลุ่มนี้ ซึ่งจริง ๆ ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่มีการกำหนดไว้แล้ว ตั้งแต่การปรับมาตรฐาน New Health Standard
4.
กลุ่มโรค Simple Diseases ที่ทำให้มีประเด็นเรื่องนี้ ได้แก่ ไข้หวัดใหญ่ ท้องเสียเฉียบพลัน เวียนหัว ฯลฯ โรคเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่บางที ก็มีกรณี ขอเข้าแอดมิทเพื่อจะใช้ประกันแล้วให้ได้ค่าชดเชย จึงทำให้มีประเด็นที่อยากจะควบคุมเกิดขึ้น
5.
ที่บอกว่าจะไม่มีเหมาจ่ายอีกแล้ว จริง ๆ น่าจะไม่ขนาดนั้น เพราะประกันเหมาจ่ายถูกทำมาเพื่อรับมือกับโรคร้ายแรงที่ค่ารักษาสูง ร่วมถึงสภาวะค่ารักษาที่แพงขึ้นเรื่อย ๆ ทุกปีด้วย จึงน่าจะยังมีอยู่ แต่อาจมีการบอกหลักเกณฑ์ที่ชัดเจนอีกครั้ง
6.
สำหรับคนที่มีประกันเหมาจ่ายอยู่แล้ว แต่ไม่ได้เคลมพร่ำเพรื่อ ไม่ได้เคลมในกลุ่ม Simple Diseases บ่อย ๆ ไม่น่ามีผลอะไร ก็ใช้สิทธิ์ได้ตามปกติ แต่ถ้าเป็นคนที่เคลมบ่อยในกลุ่มโรคที่มีประเด็น ก็ต้องรอฟังคำชี้แจงจากบริษัทประกันอีกครั้ง
7.
กระแสดราม่าที่เกิดขึ้นมาพร้อมกับ Cancer Anywhere ที่มีคนปล่อยข่าวว่าจะเลิก ทั้งนี้ความจริงที่ตรวจสอบ ยังไม่ได้เลิก เพียงแต่มีบางโรงพยาบาลระบุว่าจะต้องมีใบส่งตัวก่อน ถึงจะสามารถรับเข้ารักษาได้ ทั้งนี้ก็เพราะมีปัญหาที่หลายคนข้ามขั้นตอน ไม่ยอมไปรักษาในโรงพยาบาลที่ตัวเองมีชื่ออยู่ ภาระก็ไปมากเกินไปสำหรับบางโรงพยาบาล
8.
ประกันเป็นสิ่งจำเป็นต้องอยู่แล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งประกันสุุขภาพ ไม่ว่าจะเปลี่ยนเงื่อนไขไปบ้าง ถ้าคุณยังมีสุขภาพที่ดี พอจะมีกำลังทำได้ ทำไว้ย่อมดีกว่าแน่นอนครับ
9.
ปัญหาที่มีคนพูดถึงกันเยอะคือ คปภ. ย่อมาจากอะไรกันแน่ คุ้มครองผู้ซื้อประกัน หรือคุ้มครองบริษัทประกัน เพราะที่ออกกฎมาแต่ละอย่าง น่าจะคุ้มครองบริษัทประกันเป็นหลัก
10.
ค่ารักษาพยาบาลแพงขึ้นไปทุกปี ไม่มีใครคุมได้หรือไม่ เสียงประชาชนจำนวนมากพูดถึงเรื่องนี้ โรงพยาบาลเอกชน เป็นบริษัท เป็นธุรกิจ ที่ได้กำไรมหาศาล จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เติบโตขึ้นทุกปี แล้วใครจะคุมค่ารักษาพยาบาลนี้ได้บ้าง คปภ. กับบริษัทประกัน จับเข่าคุยกัน แต่….โรงพยาบาลล่ะ ประชาชนล่ะ อยู่ตรงไหน ของสมการนี้
11.
ประเด็นว่า บริษัทประกันก็กำไรเยอะ ตัวแทนก็รายได้ดี มีเที่ยวต่างประเทศ อันนี้ไม่ได้เกี่ยวกับปัญหาการเบิกเคลมซะทีเดียว เพราะผลิตภัณฑ์ของประกันมีหลายชนิด แต่ละตัวก็ทำกำไร ขาดทุน ไม่เท่ากัน อย่างเช่นประกันสุขภาพเด็ก อันนี้ก็น่าจะขาดทุนกันบ้างไม่มากก็น้อย ไม่เถียงช่วยบริษัทเรื่องมีกำไร แต่คนทำประกันแบบเราก็ได้ประโยชน์ ได้กำไรเหมือนกัน
12.
ค่าคอมตัวแทนเยอะ เอาเปรียบคนซื้อไหม ข้อเท็จจริงคือ ผลตอบแทนจากการขายประกันสุขภาพไม่ได้เยอะ อย่างที่ชาวเน็ตเข้าใจกัน ได้ค่าคอมน้อยลงกว่าสมัยก่อน แถมที่บอกว่าปีต่อได้ ก็ได้นิดเดียวเอง อันนี้จากใจตัวแทน ในปีต่อ ตัวแทนยังต้องดูแลลูกค้าเหมือนเดิม แต่ได้ผลตอบแทนน้อยลงมาก ๆ จนแทบจะไม่ได้เลยในปีถัด ๆ ไป ( กำไรตรงนี้ไปกองรวมที่บริษัทเต็ม ๆ )
13.
เรื่องที่อยากบอกคือ ประกัน ขายไม่ง่ายนะ คนขายก็ต้องลงทุนลงแรง ทั้งเรียน ทั้งสอบ อบรม แถมยังต้องโดนปฏิเสธมากที่สุดอาชีพหนึ่ง แล้วถ้าขายประกันแล้วได้ผลตอบแทนบ้าง ก็สมเหตุผลที่ควรได้ ไม่ควรโยนความผิดเรื่องการเปลี่ยนกฏ ความคุ้มครองประกันสุขภาพ มาที่ตัวแทนประกัน
14.
โดยสรุป เรื่องนี้ยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจนจากแต่ละบริษัท ทุกเรื่องมีหลายมุมมอง แต่สุดท้ายแล้ว คุณ และผม ก็ต้องพิจารณาสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับตัวเอง และครอบครัว จะทำประกันสุขภาพไหม ก็ต้องตัดสินใจเองครับ ถ้าทำ ก็มีคนช่วยดูแลในเวลาที่ไม่คาดคิด ถ้าไม่ทำ ก็ต้องดูแลตัวเอง แค่นั้นเลยครับ
15.
ใครที่มีประกันสุขภาพอยู่แล้ว ลองหาเวลาหยิบกรมธรรม์ออกมาอ่านอย่างจริงจัง ตรวจสอบเงื่อนไขต่าง ๆ ว่ายังพอเพียงกับสภาพสังคม ค่าใช้จ่ายในปัจจุบันไหม ถ้าอ่านแล้วไม่เข้าใจ ติดต่อตัวแทนหรือบริษัทที่คุณใช้บริการได้เลย หรือจะทักสอบถามคนที่แชร์โพสนี้ไปก็ได้ครับ


